สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน ให้ความสำคัญสูงสุดกับการบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและโปร่งใส โดยได้กำหนดเป็นนโยบายสำคัญภายใต้แนวคิด "สถาบันการพัฒนาชุมชนใสสะอาด" ซึ่งครอบคลุมทั้งการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต และการขับเคลื่อนนโยบาย No Gift Policy จากการปฏิบัติหน้าที่
เพื่อให้การสร้างวัฒนธรรมความโปร่งใสเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน สถาบันฯ จึงได้เน้น การบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายและหน่วยงานภายนอก ในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใส การดำเนินงานนี้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ภายในองค์กร แต่ยังรวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เช่น ภาควิชาการ ภาคประชาชน และหน่วยงานภาครัฐที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมกันตรวจสอบป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ
หัวใจสำคัญของการบูรณาการคือการสร้างการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การประเมินความเสี่ยงการทุจริตร่วมกับภาคีเครือข่าย และการจัดทำระบบฐานข้อมูลที่เปิดเผยและตรวจสอบได้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการเป็นองค์กรต้นแบบที่มีธรรมาภิบาล พร้อมรับใช้ประชาชนด้วยความโปร่งใสตามมาตรฐานสากล
ในช่วงปี 2568-2569 มุ่งเน้นการขับเคลื่อนองค์กรผ่านการพัฒนาคน นวัตกรรม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อความยั่งยืน โดยสามารถสรุปภาพรวมกิจกรรมที่สำคัญได้ดังนี้ครับ:
1. การยกระดับบุคลากรสู่มาตรฐานสากล
กรมการพัฒนาชุมชนให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ผ่านการประชุมคณะกรรมการเพื่อจัดสรร ทุนรัฐบาล (ทุน ก.พ.) เพื่อคัดเลือกบุคลากรที่มีความเหมาะสมไปศึกษาต่อหรือฝึกอบรม นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว "E-Library กรมการพัฒนาชุมชน" ห้องสมุดดิจิทัลที่รวบรวมหนังสือกว่า 400 เล่ม เพื่อให้บุคลากรสามารถอัปเกรดทักษะได้ทุกที่ทุกเวลา โดยมีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น DSI, ศาลรัฐธรรมนูญ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ที่หลากหลาย
2. นวัตกรรมและงานวิจัยเพื่อการพัฒนาชุมชน
สถาบันฯ ได้จัดกิจกรรม คลินิก "R&D Crystal Clear" เพื่อเป็นเวทีให้คำปรึกษาและพัฒนาผลงานวิชาการและนวัตกรรม ตัวอย่างผลงานที่น่าสนใจ เช่น:
3. การสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการ Intern In OTOP
ในงาน OTOP Midyear 2026 สถาบันการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินโครงการ Intern In OTOP โดยร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นำอาสาสมัครล่ามและนักศึกษาฝึกงานมาช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในการสื่อสารและแปลภาษาต่างประเทศ ซึ่งโครงการนี้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดสู่ระดับสากล
4. การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงและความยั่งยืน
สถาบันฯ กำลังเฟ้นหา "5 สุดยอดผู้นำการเปลี่ยนแปลง" ประจำปี 2569 จากทั่วประเทศ เพื่อเป็นต้นแบบในการสร้างชุมชนเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีเกณฑ์การตัดสินที่เน้นผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ใน 3 มิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ในด้านสิ่งแวดล้อม กรมฯ ได้ดำเนินการเชิงรุกด้วยการ ประเมินคาร์บอนเครดิต ณ วิทยาลัยการพัฒนาชุมชน โดยลงพื้นที่วัดการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากต้นไม้จริง เพื่อปั้นให้เป็นองค์กรต้นแบบคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ตามมาตรฐานสากล
5. วัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส
ภายใต้การนำของผู้อำนวยการสถาบันการพัฒนาชุมชน สถาบันฯ ยังคงยึดมั่นในนโยบาย "สถาบันการพัฒนาชุมชนใสสะอาด" โดยมีการขับเคลื่อนนโยบาย No Gift Policy และการประเมินความเสี่ยงการทุจริตอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างมาตรฐานธรรมาภิบาลในการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย
หนังสือขอบคุณจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในช่วงภาคการศึกษาปลาย ปีการศึกษา 2568 กรมการพัฒนาชุมชนได้เปิดโอกาสรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเข้าฝึกปฏิบัติงาน เพื่อเรียนรู้กระบวนการทำงานด้านการพัฒนาชุมชนในสถานประกอบการจริง หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกปฏิบัติงาน เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยรองอธิบดี รักษาการแทนอธิบดีมหาวิทยาลัย ได้ส่งหนังสือขอบคุณอย่างเป็นทางการถึงอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อแสดงความซาบซึ้งใจที่ทางกรมฯ ได้ให้ความอนุเคราะห์รับนักศึกษาเข้าฝึกงาน พร้อมทั้งดูแลและถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างดียิ่ง
หนังสือขอบคุณของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สะท้อนถึงบทบาทของกรมการพัฒนาชุมชนในฐานะ "คลังปัญญาด้านการพัฒนาชุมชน" ที่ไม่ได้เพียงแต่พัฒนาคนของตนเอง แต่ยังแผ่ขยายองค์ความรู้ไปยังหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เพื่อสร้างมาตรฐานการทำงานที่เป็นเอกภาพทั่วประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้ การประสานพลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ได้มีหนังสือขอบคุณอย่างเป็นทางการถึงอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน สำหรับความร่วมมือในการส่งบุคลากรผู้เชี่ยวชาญไปเป็นวิทยากรให้ความรู้การบ่มเพาะนักพัฒนาชุมชนท้องถิ่นความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นใน "หลักสูตรเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน รุ่นที่ 7" ซึ่งจัดขึ้น ณ สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น (คลองหก) จังหวัดปทุมธานี กิจกรรมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางรากฐานการทำงานในระดับพื้นที่ เพราะเป็นการถ่ายทอดเทคนิคและประสบการณ์ตรงจากกรมการพัฒนาชุมชนให้แก่ข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผลสัมฤทธิ์ที่มากกว่าความรู้ เป้าหมายหลักของการส่งวิทยากรไปในครั้งนี้คือ:
หนังสือขอบคุณฉบับนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงการเป็น "ภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง" ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการพัฒนาชุมชนให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
กรมการพัฒนาชุมชน รับมอบโล่ขอบคุณจาก วช. ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)
กรมการพัฒนาชุมชน ได้รับเกียรติและความขอบคุณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณเพื่อแสดงความขอบคุณแก่กรมการพัฒนาชุมชน ในฐานะหน่วยงานพันธมิตรที่ได้ร่วมนำผลงานและกิจกรรมอันทรงคุณค่าเข้าร่วมนำเสนอในงาน "มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)" เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
การร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมการพัฒนาชุมชน ในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมท้องถิ่นไปสู่การประยุกต์ใช้จริง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
