Community Development Department

ปรับขนาดตัวอักษร
การบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมด้านความโปร่งใสกับภาคีเครือข่ายหรือหน่วยงานภายนอก

จากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กับภาคีเครือข่ายและหน่วยงานภายนอกตามที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลและประวัติการสนทนา แม้ภารกิจหลักจะมุ่งเน้นด้านดิจิทัลและนวัตกรรม แต่ผลการดำเนินงานได้ส่งเสริม "ความโปร่งใสและธรรมาภิบาล" ในการบริหารจัดการข้อมูลและทรัพยากรชุมชน ดังนี้:

1. การสร้างความโปร่งใสผ่านการปกป้องข้อมูลและทรัพย์สินชุมชน (ร่วมกับ สกมช.)

  • การปกป้องงบประมาณและกองทุน: ความร่วมมือกับ สกมช. มุ่งเน้นการยกระดับภูมิคุ้มกันไซเบอร์เพื่อ บริหารจัดการข้อมูลกองทุนชุมชนต่างๆ ให้รอดพ้นจากมิจฉาชีพ ซึ่งเป็นการรักษาผลประโยชน์และความโปร่งใสในการดูแลเงินฝากและสวัสดิการของสมาชิกในพื้นที่
  • ความถูกต้องของข้อมูลฐานราก: เน้นการปกป้องข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) และการทำธุรกรรมออนไลน์ของกลุ่ม OTOP ให้ปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากบนโลกดิจิทัลมีความน่าเชื่อถือและตรวจสอบได้

2. การบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ด้วยระบบข้อมูล (ร่วมกับ กระทรวง อว. และสถาบันการศึกษา)

  • การจัดการ Big Data และ E-Office: ผ่านโครงการ CWIE ที่ร่วมกับกระทรวง อว. และ 13 หน่วยงาน มีการฝึกให้บุคลากรและนักศึกษารับมือกับระบบบริหารงานภาครัฐสมัยใหม่ โดยใช้ CDD Data (Big Data ของกรมฯ) เพื่อการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ และการใช้ระบบ E-Office เพื่อสร้างมาตรฐานการทำงานที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพในองค์กรขนาดใหญ่ (จากประวัติสนทนา).
  • การใช้เทคโนโลยีตรวจสอบ (Sandbox): การเปิดพื้นที่ทดลองนำ AI มาช่วยจัดการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ช่วยลดความผิดพลาดจากตัวบุคคลและเพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบบัญชีและเงินทุนชุมชน (จากประวัติสนทนา).

3. การสร้างมาตรฐานและการวิจัยที่ตรวจสอบได้ (ร่วมกับ ม.ธรรมศาสตร์ และ ม.บูรพา)

  • งานวิจัยบนฐานข้อเท็จจริง: โครงการ Upskill Research & Innovation และ Gov Lab มุ่งเน้นให้บุคลากรทำงานวิจัยอย่างเป็นระบบตามหลักวิทยาศาสตร์ (Wallace's Wheel of Science) ทำให้การแก้ไขปัญหาสังคมไม่ได้มาจากความรู้สึก แต่มาจาก การสังเกตการณ์และข้อมูลจริงในพื้นที่ ซึ่งสามารถตรวจสอบกระบวนการได้ทุกขั้นตอน (จากประวัติสนทนา).
  • กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking): การนำกระบวนการนี้มาใช้ช่วยให้การค้นหาปัญหา (Pain Points) ของประชาชนเป็นไปอย่างตรงจุดและเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง (จากประวัติสนทนา).

4. การสร้างมาตรฐานระดับชาติในงานสิ่งแวดล้อม (ร่วมกับ อบก.)

มาตรฐานคาร์บอนเครดิต: การร่วมมือกับ อบก. ช่วยสร้างมาตรฐานการวัดและคำนวณการกักเก็บคาร์บอนตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การรับรองมาตรฐานระดับชาติ (T-VER) ซึ่งต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและรับรองที่เข้มงวดและโปร่งใสการดำเนินงานของสถาบันการพัฒนาชุมชน

5. การรับนักศึกษาเข้าฝึกงานภายในกรมการพัฒนาชุมชน (สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ) 

โดยมีหลักฐานดังนี้ 1. สถาบันการพัฒนาชุมชนให้การต้อนรับและปฐมนิเทศนักศึกษาฝึกงาน ในการเข้าฝึกงาน ณ กรมการพัฒนาชุมชน ลิงค์ข่าว 

จุดเริ่มต้นของความร่วมมือในช่วงภาคการศึกษาปลาย ปีการศึกษา 2568 กรมการพัฒนาชุมชนได้เปิดโอกาสรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเข้าฝึกปฏิบัติงาน เพื่อเรียนรู้กระบวนการทำงานด้านการพัฒนาชุมชนในสถานประกอบการจริง ตัวแทนนักศึกษาที่เข้าร่วมเรียนรู้ในครั้งนี้คือ นางสาวดลพรรธน์ เพ่งจินดา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากสาขาวิชาภาษาอังกฤษ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ซึ่งการที่นักศึกษาจากสาขาภาษาอังกฤษได้เข้ามาฝึกงานกับกรมฯ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่สากล (เช่น โครงการ Intern In OTOP ที่เคยกล่าวถึงก่อนหน้า) โดยเธอได้รับทั้งความรู้และประสบการณ์การทำงานอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำไปปรับใช้ในการทำงานจริงหลังจากสำเร็จการศึกษา

                       2. สถาบันการพัฒนาชุมชน จัดเวทีนำเสนอผลการพัฒนางานของนิสิตนักศึกษาฝึกงาน กรมการพัฒนาชุมชน ลิงค์ข่าว

6. การร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในงานพัฒนาชุมชน ในฐานะ "คลังปัญญาด้านการพัฒนาชุมชน" ที่ไม่ได้เพียงแต่พัฒนาคนของตนเอง แต่ยังแผ่ขยายองค์ความรู้ไปยังหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เพื่อสร้างมาตรฐานการทำงานที่เป็นเอกภาพทั่วประเทศ ลิงค์ข่าว ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นใน "หลักสูตรเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน รุ่นที่ 7" ซึ่งจัดขึ้น ณ สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น (คลองหก) จังหวัดปทุมธานี กิจกรรมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางรากฐานการทำงานในระดับพื้นที่ เพราะเป็นการถ่ายทอดเทคนิคและประสบการณ์ตรงจากกรมการพัฒนาชุมชนให้แก่ข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

7. กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ “AI พลิกโฉมชุมชน : นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน “ พร้อมแสดงต้นแบบความสำเร็จจากพื้นที่จริงสู่เวทีระดับประเทศ ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนสู่อนาคต วันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้อง Lotus Suite 1-2 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ในการสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ ประกอบด้วย นางรัชนี โพธิสัตยา ผู้อำนวยการสถาบันการพัฒนาชุมชน นายนพรัตน์ ธำรงทรัพย์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน กรมการพัฒนาชุมชน นางสาวปภาวรินท์ ปานนี้ ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิเคราะห์ข้อมูล ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูมิพร ธรรมสถิตย์เดช ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายดิจิทัลและกำลังคนแห่งอนาคต วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวคิดในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาชุมชนในอนาคต

นางสาวณัฐกานต์ กงแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิจัยและพัฒนา ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสถาบันการพัฒนาชุมชน ร่วมพิธีปิดงานฯ โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้เข้ารับโล่ขอบคุณ เนื่องด้วยกรมฯ ได้เข้าร่วมการจัดแสดงนิทรรศการ “รูปแบบการพัฒนาศักยภาพผู้นำตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่ความเข้มแข็งของชุมชนบ้านหนองบัวชุม จังหวัดกาฬสินธุ์” โดยศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุดรธานีและการจัดเสวนาวิชาการ ในหัวข้อ "AI พลิกโฉมชุมชน: นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน " โดยทั้ง 2 กิจกรรมได้รับความสนใจจากผู้เข้าเยี่ยมชมงานอย่างล้นหลาม 


X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode

คะแนนโหวต :

สถาบันการพัฒนาชุมชน
กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 
การเดินทาง : รถโดยสารประจำทาง สาย 52 150 66 166 : รถไฟฟ้า BTS สายสีชมพู (สถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ)
โทรศัพท์ 0-2141-6265 โทรสาร 0-2143-8916