สถาบันการพัฒนาชุมชน เสริมพลังสร้างความเข้าใจการขับเคลื่อนโครงการสร้างและพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกล (Video conference)


วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10.00 – 12.00 น.
ณ  War room ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน
โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานการประชุมทางไกล (VDO conference) โครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง
กิจกรรมที่ 1 ประชุมสร้างความเข้าใจในการขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยมี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน  ผู้ตรวจราชการกรม ผู้อำนวยการสำนัก/ ศูนย์/ กอง  พัฒนาการจังหวัด พัฒนาการอำเภอ และ เจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน  เข้าร่วมประชุม โดยมี กลุ่มเป้าหมาย ผู้นำชุมชน 1,000 ตำบล ๆ ละ 15 คน รวมทั้งสิ้น

15,000 คน
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน  กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้ต่อยอดและขยายผล ความมั่นคงทางอาหาร โดยการน้อมนำ แนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  สู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบที่ 2 ต่อเนื่องจากแผนปฏิบัติการ 90 วัน “ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” ในปี 2563 ในการรองรับสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศประสบกับวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กรมได้อนุมัติโครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง ให้เป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจ คือ ผู้นำชุมชน ผู้นำชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนบูรณาการงาน สร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน การอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า การปกป้องดิน สร้างความสามัคคีของคนในชุมชน พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สถาบันการพัฒนาชุมชน ได้กำหนดคติพจน์ (Motto) ภายใต้หัวข้อ “1 หมู่บ้าน สามารถดูแลได้ทั้งตำบลสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ด้วยหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง”
โดยให้ใช้รูปแบบการขับเคลื่อน แนวทางจากโก่งธนู โมเดล ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ดังนี้
1. กำชับทุกครัวเรือนปลูกผักต่อเนื่อง จากสัปดาห์ละครั้งเป็นทุกวัน
2. นำส่วนที่เหลือ มาแบ่งขายในราคาถูก เพื่อช่วยราษฏร ในหมู่บ้าน ตำบล จังหวัด ตามลำดับก่อน ที่ไม่สามารถหาซื้อกันได้สะดวกช่วงประสบภัยโควิด ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายในจังหวัดเช่น ทหารพันธุ์ดี ในจังหวัดลพบุรี
3. การออกไปจำหน่ายผัก ที่ทรงเล็งเห็นว่าเป็นการออกจัดนิทรรศการมีชีวิตให้คนหันมาสนใจปลูกผักกินเอง และแสดงให้เห็นศักยภาพว่าโครงการ มีผักแบ่งขายให้คนในจังหวัดได้ทุกวัน และ ทำให้ประชาชนโก่งธนู มีรายได้เสริมในช่วงโควิด แทนที่จะขาดแคลนเหมือนที่อื่น
4. งานแปรรูป ถนอมอาหาร ต้องทำไว้ให้มาก ๆ ส่งขายในเพจชัยพัฒนา เนื่องด้วยคนภายในประเทศจะสั่งออนไลน์ และ ประชาชนจะขายสินค้าได้ปกติ
5. ทีมโก่งธนู คือ โมเดลที่โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม ให้ทำบรรจุภัณฑ์ รักษ์โลก ในการขายผัก ให้เป็นตัวอย่างแก่คนไทยทั้งประเทศ
6. จัดการเรียนออนไลน์ ด้วยแบบฝึกหัดที่ต้องส่งให้ กรมสมเด็จพระเทพฯ ตรวจก่อน แล้วนำมารวมเล่มเป็นแบบฝึกหัดชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด-19
ประเด็นเน้นย้ำ ได้แก่
1.การขับเคลื่อนงานผู้นำ หรือตัวเราต้องทำก่อน
2.การขับเคลื่อนงานกิจกรรมที่ 2 และ 3 เน้นย้ำให้ขับเคลื่อนงานโดยการบูรณาการกับทุกภาคส่วนทั้ง ราชการ เอกชน หรือเครือข่ายภาคีอื่น ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิเช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สาธารณสุข เป็นต้น
3.ให้ครัวเรือนต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล เป็น “หัวหมู่ ทะลวงฟัน” ในการขับเคลื่อนการเกิดปรากฎการณ์ทุกครัวเรือนเป็นคลังอาหาร ในพื้นที่ชุมชน
4.ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม คือ ทุกครัวเรือนปลูกผักไว้ประจำบ้าน ทุกวัด ทุกโรงเรียน ปลูกผัก มีกิจกรรมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เช่น กองทุนเมล็ดพันธุ์ผัก ตลาดจำหน่ายผักในชุมชน
5.เป้าหมายสุดท้ายคือ 1 ประเทศ ดูแลคนทั่วโลกได้
(เริ่มจาก ทุกครัวเรือน เป็นคลังอาหาร >>1ครัวเรือน เลี้ยงได้ 1 ชุมชน >>1ชุมชน เลี้ยงได้ 1 ตำบล>>>  1 ตำบลเลี้ยงได้ 1 อำเภอ>>1 อำเภอเลี้ยงได้ 1 จังหวัด>>1 จังหวัดเลี้ยงได้ 1 กลุ่มจังหวัด>>>>1 กลุ่มจังหวัดเลี้ยงได้ 1 ภาค>>1 ภาคเลี้ยงได้ 1 ประเทศ1 ประเทศ ดูแลคนทั่วโลก)
ทั้งนี้ นายธนวัฒน์  ปิ่นแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันการพัฒนาชุมชน  กล่าวว่า
กรมการพัฒนาชุมชนดำเนินการขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ กิจกรรมที่ 1 ประชุมสร้างความเข้าใจในการขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
1) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผู้นำชุมชนให้สามารถบูรณาการงานพัฒนาชุมชน
2) เพื่อใช้พลังชุมชนในการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารโดยได้ดำเนินการขับเคลื่อนเขตพื้นที่เป้าหมายแรก 878 อำเภอ ๆ ละ 1 ตำบล และเป้าหมายที่ 2 อำเภอขนาดใหญ่ที่มีตำบลตั้งแต่ 14 ตำบลขึ้นไป จะได้รับเป้าหมายเพิ่มอีก 1 แห่ง ครบ 1,000 ตำบล  จากการคัดเลือกและขับเคลื่อนกลไก ระดับตำบล ๆ ละ 15 คน โดยโฟกัสพื้นที่หมู่บ้าน จำนวน 1 หมู่บ้านก่อน ภายใต้คติพจน์ (Motto) ว่า “1 หมู่บ้าน สามารถดูแลได้ทั้งตำบล สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
ซึ่งการขับเคลื่อนของท่านต่อไปมีอีก 6 กิจกรรม ดังนี้
1. ประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างและพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง พื้นที่เป้าหมาย 1,000 ตำบล เป็นการประชุม 2 ระยะ 1.1 Kick off 76 จังหวัด ๆ ละ 1 จุด ดำเนินการ 3 วัน    ในวันที่ 17 – 19 กุมภาพันธ์ 2564 รวมเป็น 76 ตำบล และที่เหลืออีก 924 ตำบล ดำเนินการภายใน 18 – 25  กุมภาพันธ์ 2564
2. กระบวนการพัฒนาการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างเดือน มีนาคม – พฤษภาคม 2564
3. ติดตามและประเมินผล  โดย ผู้ตรวจราชการกรม/สถาบันฯ/ศพช.ทั้ง 11 แห่ง และดำเนินการประชาสัมพันธ์ ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น Youtube Facebook Line Square Web site
4. การคัดเลือกผู้นำการเปลี่ยนแปลงดีเด่น เป็นการประกวดผลการดำเนินงาน ระดับตำบล ดำเนินการเดือนพฤษภาคม 2564 โดยมีวิธีการคัดเลือก ตำบลที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น ผ่านกระบวนการของผู้ตรวจราชการกรม (เขตตราจราชการ 18 เขตตรวจ)  จะได้รับการจัดสรรประมาณ 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) เพื่อนำไปพัฒนาตำบล
5. เวทีสรุปผลการดำเนินงานโครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง และการประกวดผู้นำการเปลี่ยนแปลงดีเลิศ จำนวน 18 ตำบล ตำบลที่มีผลงานระดับดีเลิศ  จะได้รับงบประมาณ 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) และการมอบโล่  เชิดชูเกียรติผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปต่อยอดให้กับตำบล ดำเนินการเดือนมิถุนายน 2564
6. ถอดบทเรียน และจัดทำรายงานสรุปบทผู้บริหาร
ทั้งนี้สำนักงานพัฒนาชุมนจังหวัดศรีสะเกษ ได้ประชุมหารือการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล 27 ตำบล
และกำหนดจุด Kickoff เป็น ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน ในวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2564

(Visited 1 times, 1 visits today)